เบื้องหลัง  โต๊ะ บก.
                                                                                                                                              ปีกนกสีขาว

            นวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนเป็นวรรณกรรมอีกประเภทหนึ่งที่มีเสน่ห์ ชวนติดตาม และมีปมซ่อนเงื่อนไขให้ขบคิดมากมาย เพราะผู้อ่านต้องร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกับผู้เขียน ต้องใช้ไหวพริบ การสังเกต การคิด การวิเคราะห์ติดตามเนื้อเรื่องเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้าย
            สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เป็นอีกแห่งหนึ่งที่นำเสนอนวนิยายแปลแนวนี้ และได้จัดเปิดตัวสำนักพิมพ์ใหม่ภายใต้ชื่อ นานมีบุ๊คส์ ไครม์ แอนด์ มิสทรี บริหารงานโดยคิม จงสถิตย์วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตหนังสือประเภทสืบสวนสอบสวน ที่เป็นสุดยอดนวนิยายระดับโลก สำหรับคอนักอ่านที่ชอบหนังสือแนวนี้โดยเฉพาะ พร้อมกับการแนะนำหนังสือชุด Thriller Collection เสียดายถ้าไม่ได้อ่าน ผลงานจากนักเขียนระดับโลก ๓ เล่มด้วยกันคือ สมบัตินักบุญ (Map of Bones) ของ เจมส์ โรลลินส์, ภาพเขียนเลือด (The English Assassin) ของ แดเนียล ซิลวา และ ฆาตกรรมอาถรรพ์  (A Season for the Dead) ของ เดวิด ฮิวสัน ที่ร้านนายอินทร์ สาขาสยามพารากอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ก.ย. ๕๐ ที่ผ่านมา
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

            การเสวนาที่เต็มไปด้วยความรู้และความเป็นกันเอง จากผู้ร่วมเสวนาคือ นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ บรรณาธิการฝ่ายจุดประกายวรรณกรรม หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในฐานะเป็นสื่อที่เสนอข่าวคราวเกี่ยวกับแวดวงหนังสือและนักเขียนทั้งไทยและต่างประเทศ เสาวนีย์ ลิมมานนท์ อดีตผู้นำยุค ๑๔ ตุลา ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะนักอ่านนวนิยายสืบสวนสอบสวนตัวยง โดยมี เถกิง สมทรัพย์ ผู้จัดรายการวิทยุและนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ
          
           

           
             นิรันศักดิ์ บุญจันทร์ ได้เริ่มต้นไล่เรียงวิวัฒนาการของนวนิยายสืบสวนสอบสวนในอดีตที่คนไทยคุ้นเคย เช่น เชอร์ลอกโฮล์ม, แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ หรืออย่าง อากาธา คริสตี้ จะชวนให้เราขบคิดหาปมเหตุฆาตกรรมและติดตามหาฆาตกรโหดตัวจริง โดยจะเน้นถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่อง หรือไม่ก็เรื่องราวพวกนักฆ่าวิปริตวิตถาร หรือไม่ก็การโจรกรรมเป็นส่วนมาก โดยผู้เขียนใช้เหตุการณ์จริงผสมผสานจินตนาการ
           ต่อมานวนิยายแนวนี้ยุคใหม่ก็มีเนื้อหาที่แตกแขนงออกไป เช่น ผลงานหลายเรื่องของจอห์น กริชแชม ที่เอากฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งผู้เขียนต้องใช้ความรู้พร้อมจินตนาการหรืออย่างแพทริเซีย คอร์นเวลล์ ที่ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เพื่อไขปมฆาตกรรมและคดีต่าง ๆ มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ และสามารถพิสูจน์ความจริงได้....... นวนิยายแนวนี้ในยุคปัจจุบันจะใช้ข้อมูลที่เป็นจริงทั้งด้านประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากกว่ายุคที่ผ่าน ๆ มา
            ด้าน เสาวนีย์ ลิมมานนท์..... นักอ่านนวนิยายสืบสวนสอบสวนตัวจริง กล่าวถึงความสนุกของนวนิยายเรื่อง สมบัตินักบุญ ภาพเขียนเลือด และฆาตกรรมอาถรรพ์ ว่าเล่าเรื่องได้อย่างกระชับ สำนวนการเขียนและการแปลลื่นไหล มีเทคนิคการซ่อนปมฆาตกรรมได้ชนิดต้องอ่านทุกตัวอักษรเลยทีเดียว... ที่ชอบมากคือ ภาพเขียนเลือด เป็นเหตุการณ์สมัยสงครามโลกยุคนาซีที่เล่าได้กระชับ ไม่น่าเบื่อ โยงภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ หลาย ๆ ฉากที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้สนุก ไม่สับสน และต้องชมผู้แปล (ไพบูลย์ สุทธิ) ที่แปลได้กระชับและภาษาดีมาก
           "สมบัตินักบุญ" จะเป็นเรื่องแนวไซไฟและมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวข้อง เป็นนวนิยายในยุคเล่นแร่แปรธาตุ คนที่หลงใหลในแนววิทยาศาสตร์ผสมประวัติศาสตร์และฆาตกรรม จะต้องชอบเล่มนี้แน่นอน ส่วน "ฆาตกรรมอาถรรพ" สยองและตื่นเต้นตั้งแต่บทแรก ที่เหยื่อถูกถลกหนังทั้งตัว ขณะที่ยังมีลมหายใจอยู่
           เกี่ยวกับการอ่านหนังสือแนวนี้ให้ได้อรรถรสนั้น... เสาวนีย์ให้คำแนะนำว่า “หากอ่านสามบทแรกแล้วรู้สึกสนุกเป็นอันว่าใช้ได้ ที่สำคัญเราควรรู้จักรูปแบบ แนวทางของผู้เขียน เลือกสำนวนภาษา และที่สำคัญขอให้จัดเวลาอ่านให้เหมาะสม นวนิยายแนวนี้ต้องอ่านอย่างต่อเนื่อง และขอให้อ่านแบบจินตนาการว่าตัวเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “อิน” จะอินเข้าไปเป็นพระเอก หรือเหยื่อฆาตกรรม หรือจะเป็นบุคคลที่สามที่สังเกตการณ์ก็ขอให้อิน จะได้อรรถรสในการลุ้นระทึก ทำให้เราสนุกจนลืมโลกไปชั่วขณะเลยทีเดียว”
            ในส่วนของ บุญญรัตน์ บุญญาทิษฐาน นักแปลมือเก๋าในวงการผู้แปล "สมบัตินักบุญ" ได้กล่าวถึงความประทับใจในงานแปลเล่มนี้ว่า “ไม่ง่ายเลยเพราะต้องหาข้อมูลความรู้ทางศาสนาคริสต์ ทางโบราณคดี ผู้เขียน เจมส์ โรลลินส์ เล่าเรื่องแบบวินาทีต่อวินาที เหตุการณ์ในหนังสือใช้เวลาเพียงสี่วัน ความกระชับ ฉับไว ฉากต่อฉาก ทำให้ขณะอ่านเหมือนเราได้ดูภาพยนตร์”
 

             


(จากซ้าย) ไพบูลย์ สุทธิ, นันทวัน เพ็ชรวัฒนา,
คิม จงสถิตย์วัฒนา และบุญญรัตน์ บุญญาทิษฐาน

           

           ขณะที่ ไพบูลย์ สุทธิ ในฐานะที่เคยเป็นผู้แปลสารคดีของดิสคัฟเวอรี่มาก่อน จึงทำให้การแปล “ภาพเขียนเลือด” แม้จะมีเชิงอรรถมาก แต่ก็เป็นเชิงอรรถที่สร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงและเข้าใจเนื้อหาในยุคนาซี ยิว และสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ภาพวาดสำคัญ ๆ ถูกเก็บซ่อนในสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างเข้าใจ จึงทำให้สายลับในคราบของนักวาดภาพอย่างเกเบรียล อัลลอน พระเอกของเรื่องเป็นผู้ที่มีบุคลิกขัดแย้งระหว่างวิทยาศาสตร์กับศิลปะ ที่ทำให้เนื้อเรื่องนี้ชวนติดตาม และทำให้รับรู้อีกแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง ยุคฮิตเลอร์เรืองอำนาจอีกด้วย
            นักแปลฝีมือดีอีกคนหนึ่ง นันทวัน เพ็ชรวัฒนา ผู้แปล "ฆาตกรรมอาถรรพ์" เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานว่า... แม้ชื่อภาษาอังกฤษคือ A Season for the Dead กล่าวถึงการตายที่เกิดขึ้นได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะเป็นร้อน หนาว ฝน แต่ชื่อภาษาไทยก็ตรงกับเนื้อหาในเรื่อง เพราะเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีความอาถรรพ์บางอย่าง เป็นนวนิยายรุ่นใหม่ เนื้อเรื่องแปลก แหวกแนว เพียงวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ก็นำไปสืบสวนได้ ชวนติดตามตั้งแต่ต้นเรื่องเลยทีเดียว
            เสน่ห์ของเล่มนี้คงเป็นที่พระเอก นิก กอสตา ที่หล่อมาก ฉลาด และต้องชมผู้เขียน คุณเดวิด ฮิวสัน ที่สามารถผูกปมเล็ก ๆ ได้ทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก แล้วโยงทุกปมเข้าหากันไปสู่ปมใหญ่ โดยไม่ทิ้งสาระของตัวละครแม้สักตัว ทำให้ลุ้นระทึกไปกับทุกตัวอักษรอย่างวางไม่ลง ถึงขนาดคนแปลยังต้องอ่านซ้ำ ที่สำคัญมีอยู่ประโยคเดียวตลอดทั้งเล่ม ที่จะคลี่คลายปมเหตุการณ์ทั้งหมดของเรื่อง เพียงประโยคเดียวจริง ๆ
และเป็นประโยคที่ท้าทายนักอ่านคอนวนิยายสืบสวนสอบสวนให้ค้นหาอย่างยิ่ง.

จาก จุดประกายวรรณกรรม  ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๖๙๔๗
วันอาทิตย์ที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐

   

 

 โดย :Thaitiat โพสเมื่อ [ วันพุธที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๔.๐๐ น.]