สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย

The Translator and Interpreter Association of Thailand

ข้อบังคับสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย อีเมล
วันจันทร์ที่ 08 พฤศจิกายน 2010 เวลา 18:27 น.

ข้อบังคับสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย

 

หมวดที่ ๑

ชื่อ  เครื่องหมาย และสถานที่ตั้ง

 

ข้อ ๑ สมาคม ฯ มีชื่อว่า “สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย”

.ใช้อักษรย่อว่า “ส.ป.ล.ท.”

ชื่อสมาคม ฯ เป็นภาษาอังกฤษว่า “The Translators and Interpreters Association of

Thailand”

ใช้อักษรย่อว่า “THAITIAT”

ข้อ ๒ เครื่องหมายของสมาคม ฯ

เป็นรูปศิลาจารึกตั้งซ้อนกัน ๒ แผ่น  ภายในศิลาจารึกมีตัวอักษรย่อภาษาไทยของสมาคม ฯ

และมีชื่อสมาคม ฯ เป็นภาษาไทยและตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษล้อมรอบศิลาจารึก

ข้อ ๓ สำนักงานสมาคม ฯ ตั้งอยู่ที่

กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ  ถนนราชดำเนินนอก  กรุงเทพ ฯ ๑๐๓๐๐

ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ เพื่อ

๔.๑ เป็นศูนย์รวมของนักแปลและล่าม  รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการแปลและล่าม

๔.๒ ช่วยเหลือและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของนักแปลและล่าม

๔.๓ ช่วยพัฒนามาตรฐานการแปลและการล่าม

๔.๔ ส่งเสริมการศึกษา  ค้นคว้า  วิจัย เกี่ยวกับการพัฒนาด้านการแปลและล่าม

๔.๕ รับรองคุณภาพนักแปลและล่าม

๔.๖ ประสานความร่วมมือและประสานประโยชน์ระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแปล

และการล่ามทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  ทั้งในและต่างประเทศ

๔.๗ กิจการใด ๆ ของสมาคม ฯ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 

 

หมวดที่ ๒

สมาชิกภาพ

 

ข้อ ๕ ประเภทและคุณสมบัติของสมาชิก

๕.๑ สมาชิกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๕.๑.๑ สมาชิกสามัญ  ได้แก่  บุคคลผู้มีผลงานด้านการแปลและ/หรือการล่าม

องค์กรและผู้สนใจเกี่ยวกับการแปลและ/หรือการล่าม

๕.๑.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่  บุคคลหรือนิติบุคคลที่คณะกรรมการบริหาร

เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

๕.๒ ที่ปรึกษา

ที่ปรึกษา  ได้แก่  ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการบริหารแต่ละชุดเชิญเป็นมี่ปรึกษา

ข้อ ๖ สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๖.๑ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

๖.๒ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ

๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถ

หรือเสมือนไร้ความสามารถ  หรือต้องโทษจำคุก  ยกเว้นความผิดฐานประมาท

หรือลหุโทษ  การต้องคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็น

สมาชิก หรือในระหว่างเป็นสมาชิกของสมาคม ฯเท่านั้น

๖.๕ เป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ข้อ ๗ ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม ฯ

๗.๑ สมาชิกสามัญ

ตลอดชีพ ๒,๐๐๐ บาท

รายปี  ปีละ ๓๐๐  บาท

๗.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์สนับสนุนตามอัธยาศัย

ข้อ ๘ การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ฯ  ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ฯ

ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคม ฯ ต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ  ให้เลขาธิการแจ้งให้

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของสมาคม ฯ ทราบและดำเนินการต่อไป

ข้อ ๙ ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน พร้อมกับส่งใบสมัครและชำระเงินในวันที่สมัคร

ข้อ ๑๐ สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รับหนังสือตอบรับคำเชิญ

ข้อ ๑๑ การสิ้นสุดสมาชิกภาพ

๑๑.๑ ตาย

๑๑.๒ ลาออก

๑๑.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก

๑๑.๔ คณะกรรมการบริหารลงมติให้ออก  โดยคะแนนเสียงสองในสาม  และแจ้งให้ผู้

สิ้นสุดสมาชิกภาพทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ ๑๒ สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๒.๑ ได้รับประโยชน์จากสมาคม ฯ  ตามเงื่อนไขที่สมาคม ฯ กำหนดไว้

๑๒.๒ มีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคม ฯ

๑๒.๓ เสนอความคิดเห็นต่อสมาคม ฯ  ภายในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์  ข้อบังคับ  และ

ระเบียบของสมาคม ฯ

๑๒.๔ สมาชิกมีสิทธิลงคะแนนในการประชุมใหญ่ และอภิปรายเสนอความคิดเห็น  ตั้ง กระทู้ถาม

๑๒.๕ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด  ทำหนังสือร้อง ขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

๑๒.๖ ได้รับข่าวสารของสมาคม ฯ

๑๒.๗ ได้รับบัตรประจำตัวสมาชิกตามแบบและเงื่อนไขที่สมาคม ฯ กำหนด

๑๒.๘ ขอตรวจเอกสารบัญชีหรือทรัพย์สินของสมาคม ฯ  โดยยื่นต่อเลขาธิการหรือคณะ

กรรมการบริหาร  คำร้องนั้นต้องระบุสิ่งที่ขอตรวจและเหตุผลให้ชัดเจนแล้งลงลาย

มือชื่อสมาชิกผู้ขอตรวจพร้อมลายมือชื่อสมาชิกผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน  เมื่อ สมาชิกตรวจเอกสาร  บัญชี  หรือทรัพย์สินของสมาคม ฯ แล้ว  ห้ามขอตรวจเรื่อง เดียวกันซ้ำอีกภายในเวลา ๙๐ วันนับแต่วันที่ตรวจ

๑๒.๙ ปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบของสมาคม ฯ  และมีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับ

เกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม ฯ

๑๒.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคม ฯ ๑๒.๑๑ ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ฯ  และงดเว้นการกระทำใด ๆ อันอาจก่อ

ให้เกิดความเสียหายต่อสมาคม ฯ

 

 

หมวดที่ ๓

คณะกรรมการบริหาร

 

ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการของสมาคม ฯ คณะหนึ่งจำนวนไม่เกิน ๒๐ คนประกอบด้วย

นายกสมาคม คน

อุปนายกสมาคม คน

เลขาธิการ คน

เหรัญญิก คน

สาราณียกร คน

นายทะเบียน คน

ประชาสัมพันธ์ คน

กรรมการกลางหรืออื่น ๆ ที่จำเป็นอีก ๑๑ คน

 

๑๓.๑ นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม ฯ ตามมติ

กรรมการบริหารสมาคม ฯ  เป็นผู้แทนสมาคม ฯ ในการติดต่อกับบุคคลภายนอก

และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ  และการประชุมใหญ่ของ

สมาคม ฯ

๑๓.๒ อุปนายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม ฯ ในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคม ฯ ได้มอบหมาย  และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ฯ เมื่อนายกสมาคม ฯ ไม่อยู่  หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  แต่การทำหน้าที่แทน

นายกสมาคม ฯ ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

๑๓.๓ เลขาธิการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคม ฯ ทั้งหมด   เป็นหัวหน้า เจ้าหน้าที่ของสมาคม ฯ ในการปฏิบัติกิจการของสมาคม ฯ  ปฏิบัติตามคำสั่งของ นายกสมาคม ฯ ตามมติของที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคม ฯ  ตลอดจนทำหน้าที่ เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆของสมาคม ฯ

๑๓.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม ฯ  เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่าย  บัญชีงบดุลของสมาคม ฯ  และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของ

สมาคม ฯ ไว้เพื่อการตรวจสอบ

๑๓.๕ สาราณียกร มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำหนังสือ  ข่าวสาร  วารสารต่าง ๆ ของ สมาคม ฯ

๑๓.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ฯ  ประสาน งานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคม ฯ จากสมาชิก ๑๓.๗ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคม ฯ ให้ สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

๑๓.๘ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ  ตามความเหมาะสม  ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนด

ให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกิน จำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้  แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่า เป็นกรรมการกลาง

 

คณะกรรมการชุดแรก  ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคม ฯ เป็นผู้เลือกตั้ง  ประกอบด้วยนายกสมาคม

และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการของสมาคม ฯ สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี  และเมื่อคณะกรรมการ อยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว  แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จด ทะเบียนจากทางราชการ  ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อน   จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อย  ก็ ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้ เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน  นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จด ทะเบียนจากทางราชการ

 

อนึ่ง บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ฯ ติดต่อกันได้เพียง ๒ วาระเท่านั้น

ข้อ ๑๕ ตำแหน่งกรรมการสมาคม ฯ  ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการ แต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น   แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๖ กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง  ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ

๑๖.๑ ตาย

๑๖.๒ ลาออก

๑๖.๓ ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๗ กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร

ต่อคณะกรรมการ  และพ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๘ อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ  คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

๑๘.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติได้โดยจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

๑๘.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม ฯ

๑๘.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการหรือกรรมการเฉพาะกิจได้

โดยให้อยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

๑๘.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

๑๘.๕ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม ฯ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์  ตลอดจนมี

อำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

๑๘.๖ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด  รวมทั้งการเงิน  และทรัพย์สินทั้งหมดของ

สมาคม ฯ ตลอดจนหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคม ฯ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  และ สามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๘.๗ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของ สมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น  ซึ่งการนี้จะต้องมีการ ประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

๑๘.๘ จัดการบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม ฯ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและทำ หนังสือเวียนให้สมาชิกรับทราบ

๑๘.๙ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๙ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง  ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการ

บริหารกิจกากรของสมาคม ฯ

ข้อ ๒๐ การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ กรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  ถ้าการประชุมครั้งแรกไม่ครบองค์ประชุม  ให้

เลขาธิการแจ้งการประชุมต่อไปภายใน ๗ วัน  และให้ถือว่ากรรมการบริหารที่เข้าประชุมนับ

ตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไปเป็นองค์ประชุมของที่ประชุมคณะกรรมการ  ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น  คะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน  ก็ให้ประธานในการ ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๑ ในการประชุมคณะกรรมการ  ถ้านายกสมาคม ฯ และอุปนายกสมาคม ฯ ไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง  เพื่อให้ กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นเป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

 

 

หมวดที่ ๔

การประชุมใหญ่

 

ข้อ ๒๒ การประชุมใหญ่ของสมาคม ฯ มีดังนี้

๑. ประชุมใหญ่สามัญ

๒. ประชุมใหญ่วิสามัญ

๓. ประชุมใหญ่วิชาการ

 

ข้อ ๒๓               คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ปีละ ๑ ครั้ง ก่อนเดือนตุลาคม

ของทุกปี

ข้อ ๒๔ คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญ  โดยให้เลขาธิการ สมาคม ฯ เป็นผู้แจ้งกำหนดการประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร   ระบุวัน เวลา และ สถานที่ให้ชัดเจน  โดยแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อย กว่า ๗ วัน

ข้อ ๒๕ การประชุมใหญ่สามัญประจำปีควรมีระเบียบวาระการประชุมดังนี้

๒๕.๑ คณะกรรมการแถลงกิจการของสมาคม ฯ ในรอบปี

๒๕.๒ พิจารณางบดุลประจำปี

๒๕.๓ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

๒๕.๔ เลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่  (ในกรณีกรรมการชุดเดิมครบวาระ)

๒๕.๕ ปรึกษาพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามญัตติที่สมาชิกเสนอ

 

ญัตติที่สมาชิกจะเสนอตามความในข้อ ๒๕.๕  ให้เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ คณะกรรมการบริหารก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า ๗ วัน  เพื่อคณะกรรมการบริหารพิจารณา เข้าระเบียบวาระ

ข้อ ๒๖ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้า ร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกทั้งหมดหรือ ๓๕ คน  จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม  ให้คณะ

กรรมการของสมาคม ฯ เรียกประชุมใหญ่อีกครั้ง  โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน   นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก  การประชุมในครั้งหลังนี้ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็น จำนวนเท่าใด  ให้ถือว่าครบองค์ประชุม  ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจาก การร้องขอของสมาชิกก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่  ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๗ การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่  ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  ก็ให้ถือคะแนน เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์  แต่ถ้ามีคะแนนเสียงที่เท่ากัน  ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๘ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  ในปีที่มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่  เมื่อจะมีการ

เลือกตั้งกรรมการบริหาร  ให้ดำเนินการดังนี้

๒๘.๑ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งประธานเพื่อดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ

๒๘.๒ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคม ฯ จำนวนไม่เกิน ๑๓ คน  จากสมาชิก

สามัญที่เข้าร่วมประชุม เพื่อดำรงตำแหน่งตามวาระ

๒๘.๓ ให้กรรมการบริหารที่ได้รับการเลือกตั้ง  ดำเนินการเลือกตั้งนายกสมาคม  อุปนายก

เลขาธิการ  และกรรมการในตำแหน่งต่าง ๆ จากผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในครั้งนี้

๒๘.๔ ให้คณะกรรมการบริหารที่ได้รับเลือกตั้ง  พิจารณาเชิญสมาชิกสามัญให้เป็น กรรมการบริหารสมาคม ฯ เพิ่มเติมอีกไม่เกิน ๗ คน  โดยให้ดำรงตำแหน่งตามวาระ

ข้อ ๒๙ ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ฯ  ถ้านายกสมาคม ฯ และอุปนายกสมาคม ฯ ไม่มาร่วม

ประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  ก็ให้เลขาธิการทำการประชุม  หากเลขาธิการไม่

มาร่วมประชุม  ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้

ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ ๓๐ คณะกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งและแต่งตั้งตามข้อ ๒๘ มีสิทธิ์แต่งตั้งกรรมการเฉพาะกิจเพื่อ

ช่วยการดำเนินงานของสมาคม ฯ ได้ตามความจำเป็น

 

 

หมวดที่ ๕

การเงินและทรัพย์สิน

 

ข้อ ๓๑ การเงินตลอดจนทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการเงินสดของ สมาคม ฯ ถ้ามีให้ฝากไว้ในธนาคารที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ข้อ ๓๒ การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม ฯ  จะต้องมีลายมือชื่อร่วมกันอย่างน้อยสองชื่อของผู้

ดำรงตำแหน่งสามตำแหน่งต่อไปนี้ คือ นายกสมาคม ฯ  เหรัญญิก  และเลขาธิการ

ข้อ ๓๓ ให้นายกสมาคม ฯ มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคม ฯ ได้ครั้งละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สอง

หมื่นบาทถ้วน)  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะ

อนุมัติให้จ่ายเงินให้ได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)  ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกิน

กว่านี้  ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ฯ

ข้อ ๓๔ ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคม ฯ ได้ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน)

ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้  จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคม ฯ ทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๕ เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับ

หรือจ่ายเงินทุกครั้ง  จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  ลงลายมือชื่อเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน

ร่วมกับนายกสมาคม ฯ หรือผู้ทำการแทน หรือร่วมกับลายมือชื่อเลขาธิการหรือผู้ทำการแทน

ข้อ ๓๖ ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม ฯ  และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่

ได้รับอนุญาต

ข้อ ๓๗ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ

และสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม ฯ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและ

ทรัพย์สินของสมาคม ฯ ได้

ข้อ ๓๘ คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 

 

หมวดที่ ๖

 

ข้อ ๓๙ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคม ฯ และการตราข้อบังคับของสมาคม ฯขึ้นใหม่จะ

ทำได้ก็ต่อเมื่อได้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงสองในสามของ สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนซึ่งเข้าประชุม

ข้อ ๔๐ การเลิกสมาคม ฯ จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่สมาคม ฯ  ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุ ของกฎหมาย   มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม ฯ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมและองค์ประชุมจะต้องไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของ สมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด  และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ สมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๔๑ เมื่อสมาคม ฯ ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม  ทรัพย์สินของสมาคม ฯที่เหลืออยู่หลังจากที่ ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ให้โอนให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อใช้เป็นประโยชน์ใน กิจการของสำนักงานคณะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  หรือองค์กร สาธารณกุศล   ตามมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม ฯ

 

 

หมวดที่ ๗

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ ๔๒ ข้อบังคับฉบับนี้นั้น  ให้เริ่มใช้นับตั้งแต่วันที่สมาคม ฯได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน

นิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๔๓ เมื่อสมาคม ฯได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ  ก็ให้ถือ

ว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ


rssfeed
Email Twitter Facebook Myspace blogger googleWebSzenario
 
นักแปลอาชีพ - อาชีพนักแปล รุ่นที่ 2
unregistered template Template by Ahadesign Visit the Ahadesign-Forum