| จริงหรือที่ไม่ควรใช้คริสต์ศักราชในการแปล |
|
| วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2010 เวลา 15:48 น. |
|
โดย วิฑูรย์ ภูริปัญญวานิช...
ผู้เขียนไม่ทราบว่า ทำไมคนไทยหลาย ๆ คนเมื่อเห็น ค.ศ. ในบทแปลหรือบทความแล้ว จะต้องเปลี่ยน ค.ศ. เป็น พ.ศ. เสียทุกที บทแปลหรือบทความของผู้เขียนเองก็ถูกแก้ ค.ศ. เป็น พ.ศ. หลายต่อหลายครั้ง จนรู้สึกหงุดหงิดใจ ทั้ง ๆ ที่บทแปลหรือบทความที่ผู้เขียนเขียนนั้นเป็นเรื่องของต่างประเทศ เขาใช้ ค.ศ. มา เราก็น่าแปลตรงตัวได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาใหญ่ ๆ ๒ ปัญหา ดังที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้
๑. เราจะแปลคำว่า century อย่างไร หลายคนแปลว่า ศตวรรษ ซึ่งมีความหมายถึง คริสต์ศตวรรษ ทีนี้ก็จะแย้งกับความคิดที่ว่า แล้วทำไมต้องเปลี่ยน ค.ศ. เป็น พ.ศ. บางคนแปลจึงเปลี่ยนเป็นคริสต์ศตวรรษให้เป็นพุทธศตวรรษ แต่การทำเช่นนี้ก็มีปัญหาตามมา โดยเฉพาะ คำว่ากลางศตวรรษ เช่น กลางศตวรรษที่ ๑ (ปีค.ศ. ๑ – ค.ศ. ๑๐๐) อาจจะเป็นปี ค.ศ. ๔๐, ๕๐, ๖๐ ก็ได้ ถ้าเปลี่ยนเป็นพุทธศตวรรษ จะเป็นปี พ.ศ.๕๘๓, ๕๙๓ หรือ ๖๐๓ ก็ได้ ทีนี้ก็จะเกิดปัญหาว่าจะเป็นปลายพุทธศตวรรษที่ ๖ หรือต้นพุทธศตวรรษที่ ๗
๒. เราจะแปลปี ค.ศ. ที่มี ’s ตามหลังว่าอย่างไร เช่น ๑๙๖๐’s หรือเขียนย่อเป็น ๖๐’s คนไทยนำสมัยจะแปลว่า ยุคซิกตี้ (sixty) แต่หลายคนจะแปลว่า ช่วงทศวรรษ ๑๙๖๐ ซึ่งการแปลทั้งสองอย่างที่กล่าวมานี้ ก็จะกลับมาแย้งกับความคิดที่ว่า แล้วทำไมต้องเปลี่ยน ค.ศ. เป็น พ.ศ. ปัญหาข้อนี้ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นคนแปลว่า ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๓ – ๒๕๑๒
นอกจากนี้ในการแปลกฎหมายไทยจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ นักกฎหมายก็ยังคง พ.ศ. ไว้ ไม่เห็นเขาเปลี่ยน พ.ศ. เป็น ค.ศ. เลย เช่น ชื่อกฎหมาย ตามด้วย พ.ศ. เวลาแปลเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะแปลชื่อกฎหมาย ตามด้วย B.E. แล้วต่อท้ายด้วยตัวเลขปี พ.ศ. เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Civil Service Act B.E. 2551 หรือ พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสิทธิบัตร ๒๕๔๒ จะเขียนว่า Patent Act, B.E. 2522 As Amended by The Patent Act (No.2) B.E.2542 เป็นต้น
ผู้เขียนเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ศรีสุรางค์ พูลทรัพย์ นักแปลรางวัลสุรินทราชา ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ในบทความเรื่อง การแปล: ปัญหาและทางแก้ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือที่ระลึก งานวันนักแปลและล่าม ครั้งที่ ๓ ว่า กาลเวลา หากจะใช้ระบบสากลก็ควรใช้ให้ตลอด ไม่ใช่เดี๋ยวกล่าวถึงพุทธศักราช เดี๋ยวกล่าวถึงคริสต์ศักราช
โดยส่วนตัวของผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนคิดว่า พ.ศ. ควรจะนำมาใช้กับเรื่องของไทย เพื่อช่วยในการทำความเข้าใจในเนื้อเรื่อง ดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นประโยชน์และความสะดวกในการอ้างอิงในด้านประวัติศาสตร์ พระองค์จึงได้ทรงให้หนังสือราชการทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้พุทธศักราช เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๓๑ (เทียบเท่า พ.ศ.๒๔๕๕ โดยจะทำการเปลี่ยนปีในวันที่ ๑ เมษายน จนกระทั่งในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม ให้เทียบเท่ากับสากล โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๔ เป็นต้นไป จึงทำให้ พ.ศ.๒๔๘๓ เหลือเพียงแค่ ๙ เดือน (เมษายน - ธันวาคม) เพราะตั้งแต่สมัยโบราณ คนไทยมีระบบนับจำนวนปีหลัก ๆ ๕ อย่าง คือ ๑. มหาศักราช ๒. จุลศักราช ๓. ศักราชจุฬามณี (ศักราชกฎหมาย) ๔. รัตนโกสินทรศก ๕. พุทธศักราช แต่ถ้าเป็นเรื่องของต่างประเทศแล้ว การใช้ ค.ศ. น่าจะดีกว่าในหลายสถานการณ์ดังที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างบนนี้แล้ว ระบบการเขียนของคนไทยจะไม่เขียนเป็นรอบทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ แต่จะระบุช่วงเวลาประมาณการไว้เลย เช่น กี่สิบ กี่ร้อย กี่พันปี ที่ผ่านมา แต่คตินิยมทางตะวันตกจะใช้ทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ อยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดปัญหาในการแปลขึ้นมา
|
unregistered template
Template by Ahadesign
Visit the Ahadesign-Forum








